JOIN OUR NEWSLETTER

About RAQUE

About Depression

Contact

© 2023 by Nude. Proudly created with Wix.com

ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าไม่ใช่คนอ่อนแอ คิดมาก หรือคิดไปเอง หรือยอมแพ้ต่อชีวิต ความจริงคือเขาป่วยด้วยโรคชนิดหนึ่ง ซึ่งเรียกว่า โรคซึมเศร้า เหมือนคนอื่นๆ ที่อาจป่วยด้วยโรคไข้หวัด

 

~ นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ ~

ผู้เชี่ยวชาญสาขาจิตเวชศาสตร์

DEPRESSION IS REAL

กรมสุขภาพจิตของประเทศไทยได้ทำการสำรวจเรื่องโรคซีมเศร้าขึ้นเมื่อปี 2014 โดยได้คัดกรองกลุ่มเสี่ยงจำนวน 12 ล้านคน และพบว่าในจำนวนนี้มีแนวโน้มป่วยโรคซึมเศร้า 6 ล้านคน ได้รับการวินิจฉัยแล้วว่าเป็นโรคซึมเศร้า 1 ล้าน 5 แสนคน และมีแนวโน้มที่จะฆ่าตัวตายร้อยละ 6 คน (Pobpad, 2016)

 

องค์การอนามัยโลกคาดการณ์ว่าในปี 2020 โรคซึมเศร้าจะเป็นสาเหตุการสูญเสียปีสุขภาวะสูงเป็นอันดับ 2 รองจากโรคหัวใจหลอดเลือด โดยวัดจากปีสุขภาวะที่สูญเสียไปจากโรคและการบาดเจ็บของประชากร (Disability-Adjusted Life Years-DALYs) จากปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคม โดยสำหรับประเทศไทยเองกระทรวงสาธารณสุขได้ยกให้โรคซึมเศร้าถือเป็นปัญหาที่เฝ้าจับตามองอันดับ 4 เป็นเรื่องที่สังคมต้องให้ความสำคัญ (ThaiPBS, 2017) และได้หันมาประชาสัมพันธ์ให้คนมองเห็นความสำคัญของโรคนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

ต่แม้จะมีภาครัฐฯ ออกมาเตือนเรื่องโรคซึมเศร้ามากมาย แต่แท้จริงแล้วคืออะไร สังคมเองก็ยังไม่เข้าใจมันเท่าไหร่นัก เราจึงยังได้ยินคำแนะนำอย่าง ให้ไปเข้าวัดนั่งสมาธิ หรือการบอกให้คิดว่าชีวิตตัวเองดีเท่าไหร่ ...แม้จะมาจากความหวังดี แต่แท้จริงแล้วมันไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้องและอาจส่งผลให้ผู้ป่วย... กลับไปสู่ความหดหู่ได้มากกว่าเดิมอีกด้วย

นอกจากคนในทั่วไปในสังคมแล้ว แม้กระทั่งผู้ป่วยบางรายเองก็ยังไม่ทราบว่าตนเองป่วย ในขณะที่บางส่วนก็ยังไม่ยอมรับว่าตัวเองป่วย ซึ่งเป็นผลพวงมาจากทัศนคติที่ยังไม่ถูกต้องในสังคม ที่ทำให้ผู้ป่วยกลัวที่จะยอมรับว่า "ฉันเป็นโรคซึมเศร้า"


ดังนั้น... แม้จะเป็นโรคที่รักษาได้ไม่ยากและกระบวนการรักษาก็ไม่มีความเจ็บปวดทรมานใดๆ ก็มีผู้ป่วยเพียงส่วนน้อยคือ 20% เท่านั้นที่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี

 

ถ้าอย่างนั้นแล้ว Depression หรือโรคซึมเศร้า ที่กลายเป็นภัยคุกคามสังคมขนาดนี้.. ที่จริงคืออะไร มีอาการอย่างไร แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราเเป็นโรคซึมเศร้าหรือเปล่า RAQUE จะขออาสาเป็นหนึ่งแรงช่วยให้คุณรู้จักโรคนี้มากขึ้นค่ะ

WHAT IS DEPRESSION?

โรคซึมเศร้าเป็นโรคทางอารมณ์ที่พบได้บ่อย โรคซึมเศร้าเกิดจากสารสื่อประสาทในสมอง (neurotransmitter) ที่มีชื่อว่าเซโรโทนิน (Serotonin) มีความผิดปรกติหรือเสียสมดุลย์ ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการป่วยทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจและทางความคิด (Honestdog, 2017)

 

คนทั่วไปเมื่อเจอเรื่องร้ายๆ แล้วรู้สึกเศร้า แต่คนไข้โรคซึมเศร้า ไม่ต้องเจออะไรมากระทบ ก็รู้สึกเศร้า หรือนั่งร้องไห้ โดยไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ คนทั่วไปอาจนึกภาพคนเป็นโรคซึมเศร้าว่าต้องนั่งเศร้า ซึม ร้องไห้ แต่ที่จริงแล้ว ‘โรคซึมเศร้า’ คือชื่อของโรค คนไข้มากมายมักแต่งหน้าสวย ทำผม แต่งตัวมีสีสัน เขาอาจนั่งหัวเราะเฮฮาปาร์ตี้ ดูไม่ออกว่าคนนี้เป็นโรคนี้อยู่ จนกว่าจะได้มีโอกาสพูดคุยกันและเปิดใจกันจึงจะรู้ (Bangkok Hospital, 2017)

โรคซึมเศร้านั้นมักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และพบได้ในทุกช่วงอายุ  โดยมากมักเริ่มตั้งแต่ช่วงอายุ 20-30 ปี และแม้จะเป็นโรคที่มีอาการเป็นการแสดงออกทางอารมณ์ หลักฐานทางการแพทย์ก็ยืนยันว่าโรคซึมเศร้ามีสาเหตุส่วนหนึ่งจากการทำงานของระบบสมองที่ผิดปกติ พูดง่ายๆ ก็คือสามารถนับเป็นโรคทางร่างกาย (physical) ได้ ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง ก็อาจเกิดผลกระทบต่อสมองในระยะยาว รวมไปถึงการเกิดผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน การทำงานและความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง จนถึงการนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าที่รุนแรงมากขึ้น เช่น มีอาการหลงผิด หูแว่ว มีความคิดทำร้ายตนเองหรือฆ่าตัวตาย (Bangkok Hospital, 2017)

TYPES OF DEPRESSION
 

โรคซึมเศร้าแบ่งออกเป็น 3 ชนิดด้วยกัน ซึ่งแต่ละชนิดมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไปดังนี้

  1. Major depression (โรคซึมเศร้าแบบรุนแรง) โรคซึมเศร้าชนิดนี้จะรบกวนการทำงาน การรับประทานอาหาร การนอนหลับ การเรียน รวมทั้งอารมณ์สุนทรีย์ ซึ่งอาการของโรคซึมเศร้าชนิดนี้จะเกิดเป็นครั้งๆ แล้วหายไป แต่ทั้งนี้ก็สามารถเกิดได้บ่อยครั้ง
     

  2. Dysthymia หรือ chronic depression (โรคซึมเศร้าเรื้อรัง) เป็นโรคซึมเศร้าชนิดที่อยู่ในภาวะที่รุนแรง และสามารถเป็นแบบเรื้อรัง ทั้งนี้มันสามารถทำให้ผู้ป่วยเกิดการสูญเสียความสามารถในการทำงานและความรู้สึกที่ดีได้
     

  3. Bipolar หรือ Manic-depressive illness (โรคซึมเศร้าอารมณ์ตก) เป็นโรคซึมเศร้าชนิดที่ผู้ป่วยมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ ซึ่งสำหรับบางคนอาจจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยส่วนมากจะค่อยเป็นค่อยไป เมื่อซึมเศร้าก็จะมีอาการมากบ้างน้อยบ้าง แต่เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นช่วงอารมณ์สนุกคึกคักเกินเหตุ จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการพูดมากกว่าที่เคยเป็น มีความกระฉับกระเฉงมากเกินกว่าเหตุ มีพลังงานในร่างกายที่เหลือเฟือ ในช่วงอารมณ์สนุกคึกคักเกินเหตุนั้น จะมีผลกระทบต่อความคิดและการตัดสินใจของผู้ป่วย รวมทั้งพฤติกรรมของผู้ป่วยอาจจะหลงผิด หากผู้ป่วยในภาวะนี้ไม่ได้รับการรักษาจะทำให้ผู้ป่วยกลายเป็นโรคจิต

 

WHO HAS DEPRESSION?

ใครก็เป็นโรคซึมเศร้าได้ค่ะ มีคนมากมายที่คุณเองก็อาจรู้จัก.. ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ทั้งคนรอบตัวหรือคนดังระดับโลกอย่างศิลปินเอก Edvard Munch ที่ระบายความหดหู่ซึมเศร้าของเขาผ่านภาพเขียนมากมาย รวมถึง Scream หนึ่งในภาพเขียนที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก หรือคนที่บ้านเราน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี เช่น ศิลปินนักแสดงฮอลลีวูดอย่าง Robins Williams และนักร้องดังเจ้าของเพลง Zombie จากวง Cranberries อย่าง Dolores O'Riordan

 

ในบ้านเราเองก็มีคนดังมากมายที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เช่น ทราย เจริญปุระ นักแสดงเจ้าบทบาทเจ้าของตำแหน่งนางเอกร้อยล้าน หรือนางเอกสาวแสนแซ่บ พลอย เฌอมาลย์ รวมไปถึง founder และ designer ของ RAQUE อย่างเอิน กัลยกร นาคสมภพ ที่ก็ได้ออกมายอมรับว่าป่วยเป็นโรคนี้เช่นกัน

ดังนั้น โรคซึมเศร้าจึงไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวเลย บางครั้งผู้ที่เจ็บป่วยอาจอยู่ในครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนสนิทของเราด้วยซ้ำไปก็ได้

CAUSES OF DEPRESSION

 

หลายคนสงสัยว่าตัวเองมีสิทธิ์เป็นบ้างมั้ย คำตอบคือมีสิทธิ์ค่ะ ก็เหมือนที่เรามีสิทธิ์เป็นหวัด เป็นโรคเบาหวาน ฯลฯ นั่นแหล่ะค่ะ แต่หากถามว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคซึมเศร้าได้ ก็สามารถสรุปสาเหตุใหญ่ๆ ของโรคซึมเศร้าไว้จากการประมวลประวัติของคนไข้ไว้สั้นๆ ดังนี้ค่ะ

  1. ความผิดปกติในสมอง เช่น สารสื่อประสาท ฮอร์โมนและวงจรระบบประสาท
     

  2. ผู้ที่มีญาติเป็นโรคทางอารมณ์จะมีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้ามากกว่า แต่ทั้งนี้ผู้ที่ไม่มีญาติเป็นโรคทางอารมณ์ก็อาจเป็นโรคนี้ได้

  3. มีประวัติประสบเหตุการณ์ร้ายแรงอย่างเฉียบพลัน เช่นการเผชิญกับอุบัติเหตุร้ายแรง หรือการต้องแบกรับความเครียดเรื้อรังไม่สิ้นสุด จนส่งผลกระบต่อสมดุลของสารสื่อนำประสาทในระบบประสาทส่วนกลาง
     

  4. สภาพจิตใจของแต่ละคนอันเนื่องมาจากการเลี้ยงดู สภาพแวดล้อมและเหตุการณ์เลวร้ายในชีวิต ซึ่งส่งผลต่อกระบวนการคิดและมุมมองต่อตนเอง มองโลกในแง่ร้าย สิ้นหวังหรือขาดความภูมิใจในตนเอง

    เช่น ครอบครัวแตกแยก พ่อแม่ไม่เลี้ยงดูมากพอหรือครอบครัวหย่าร้าง ไม่มีใครรับผิดชอบเด็กอย่างจริงจัง หรือเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นสุขเสมอมา การถูกทารุณกรรม ไม่ว่าจะทางร่างกายหรือจิตใจ ต้องตกอยู่ในสภาพที่หมดหวังและหมดทางช่วยเหลือ ยกตัวอย่างเช่น การถูกเลี้ยงดูหรือการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ทำให้ขาดความภูมิใจในตนเอง ทำให้มีทัศนคติแง่ลบต่อตนเอง หรืออาจอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ทำให้เกิดความเครียดได้ง่าย ไร้ทางออก ครั้งเป็นเด็กก็ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเอง ครั้งเป็นวัยรุ่นไม่สามารถพอตัวเองออกจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นสุข ครั้งเป็นผู้ใหญ่ก็ไม่สามารถพาตัวเองออกจากสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายได้ เป็นต้น
     

  5. ภาวะซึมเศ้ราอาจเกิดจากความผิดปกติอื่นๆ เช้น โรคทางกาย (ไทรอยด์ ลมชัก สมองเสื่อม ฯลฯ) ยารักษาโรคบางชนิด ปัญหายาเสพติด โรคอารมณ์สองขั้ว โรควิตกกังวล ฯลฯ

ผู้ป่วยบางรายอาจมีประวัติเพียงข้อใดข้อหนึ่ง อย่างไรก็ตาม หลายครั้งพบว่าผู้ป่วยมีปัจจัยมากกว่าหนึ่งข้อที่ทำให้เกิดโรคซึมเศร้า (หมอประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์, 2017 และ Bangkok Hospital, 2017)

CAN IT BE ME?

 

Yes, it can be anybody. หลายคนสงสัยว่าตัวเองมีสิทธิ์เป็นบ้างมั้ย อย่างที่บอกว่าใครก็เป็นได้ ดังนั้นคำตอบคือคุณเองก็มีสิทธิ์ค่ะ ลองสังเกตและประเมินตัวเองดูว่ามีอาการเหมือนด้านล่างนี้บ้างหรือไม่

  1. มีอารมณ์ซึมเศร้า หงุดหงิด ก้าวร้าว เป็นประจำหรือตลอดเวลา
     

  2. ขาดความสนใจสิ่งรอบข้าง
     

  3. ไม่ค่อยมีสมาธิเวลาทำสิ่งต่างๆ
     

  4. รู้สึกอ่อนเพลียตลอดเวลา
     

  5. ทำอะไรก็เชื่องช้าตลอด
     

  6. กินมากขึ้นหรือน้อยลงผิดปกติ
     

  7. นอนมากขึ้นหรือนอนน้อยลงผิดปกติ
     

  8. เมื่อมีอะไรพลาดก็มักตำหนิตัวเองเป็นอันดับแรก
     

  9. พยายามฆ่าตัวตายหรือมีความคิดต้องการฆ่าตัวตาย

หากสังเกตพบว่าตัวเองมีอาการตามข้อด้านล่างนี้ อย่างน้อย 5 ข้อขึ้นไป นานติดต่อกันอย่างน้อย 2 สัปดาห์ แสดงว่าอาจมีแน้วโน้มเป็นโรคซึมเศร้า และควรรีบไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ตรววินิฉัยด้วยวิธีที่ถูกต้อง กระซิบบอกว่าการตรวจวินิจฉัยไม่น่ากลัวเลย และหากป่วยเป็นโรคซึมเศร้าจริง การรักษาก็ง่ายมาก ไม่ต้องมีความเจ็บปวดทรมานใดๆ ทั้งสิ้นค่ะ

TREATMENTS

ในปัจจุบันโรคซึมเศร้าสามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยาและการรักษาทางจิตใจ แต่ก่อนที่เราจะไปดูกันว่ามีวิธีรักษาอย่างไรบ้าง นายแพทย์ ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ กล่าวว่า "เราควรทำความเข้าใจเรื่องความแตกต่างระหว่างอารมณ์เศร้าและโรคซึมเศร้าก่อน" เพราะอารมณ์เศร้าเป็นเรื่องธรรมดาของคนเรา เกิดขึ้นและหายไปธรรมดา แม้บางครั้งอารมณ์เศร้าจะเกาะกุมอยู่นานมากและไม่ยอมหาย  แต่อาจไม่รุนแรงและไม่กระทบชีวิต ไม่ได้ถึงกับมีความคิดอยากฆ่าตัวตาย

 

"อารมณ์เศร้าที่ไม่ถึงกับเป็นโรคซึมเศร้าสามารถรักษาได้ด้วยการพบผู้ให้คำปรึกษาที่ได้รับการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี เช่น นักจิตวิทยา จิตแพทย์ หรือทำจิตบำบัด

 

ส่วนโรคซึมเศร้าเป็นโรคซึ่งเป็นเพราะสารเคมีบางตัวในสมองเสียสมดุล ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าจะได้รับประโยชน์จากยาต้านอารมณ์เศร้า แต่ขึ้นอยู่กับผู้รักษาและความร่วมมือของผู้ป่วยและญาติด้วย เป็นเรื่องธรรมดาของการรักษาโรคภัยไข้เจ็บทั่วไป

 

ยาต้านเศร้า (anti-depressant) เป็นยาที่ออกฤทธิ์ต่อสมองและระบบประสาทส่วนกลางโดยตรง ช่วยปรับสมดุลของสารสื่อประสาทให้เข้าที่ ซึ่งยาต้านเศร้าทุกตัวมีข้อเสียคือความง่วง บ้างมีอาการคอแห้ง ท้องผูก และลุกเร็วหน้ามืด เหล่านี้เป็นอาการข้างเคียงที่เลี่ยงไม่ได้ แต่สามารถรอเวลาให้ร่างกายชินยาได้ โดยทั่วไปจะดีขึ้นเองในเวลา 2 – 4 สัปดาห์" (นพ. ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์, 2017)

 

อย่างไรก็ตาม พญ. สมรัก ชูวานิชวงศ์ นายกสมาคมสายใยครอบครัว และจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลศรีธัญญา กล่าวว่าการรักษาด้วยการทานยาเพียงอย่างเดียวก็อาจไม่สามารถรักษาผู้ป่วยได้ทั้งหมด เนื่องจากหลายครั้งพบว่าผู้ป่วยมักมีความป่วยจากปมในวัยเด็ก ที่สร้างให้เกิดความเชื่อในแง่ลบเกี่ยวกับตัวเองในจิตใต้สำนึก จึงควรรักษาด้วยจิตบำบัดควบคู่ไปด้วย จึงจะได้ผลดีในระยะยาวที่สุด

 

สำหรับการบำบัดนั้น มีอยู่หลากหลายวิธี แต่นักจิตบำบัดนิยมใช้คือ

 

1. Talk Therapy:

เป็นการรักษาด้วยการซักถามพูดคุยเพื่อแก้ปัญหา

 

2. Cognitive Behavioral Therapy (CBT):

เป็นการรักษาปรับความคิดเชิงลึก (ขอแปลอย่างนี้เพราะเปิดหาภาษาไทยแล้วแปร่งๆ) เป็นการวางกลยุทธ์เพื่อรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น อันสืบเนื่องมาจากจิตใต้สำนึกของเรา ด้วยการปรับแพทเทิร์นกระบวนการคิด เพราะ cognition ของเรานี่แหล่ะที่ทำให้มีปัญหาต่างๆ

 

3. Eye Movement Desensitization and Reprocessing (EMDR):

อาจแปลกหูหน่อยแต่ได้รับความนิยมเช่นกันในหมู่นักบำบัด วิธีนี้จะเป็นการทำให้ผู้ป่วยไปโฟกัสที่เหตุการณ์เลวร้ายในอดีตแล้วใช้การขยับตาซึ่งเชื่อมกับสมองโดยตรง เพื่อให้สมองเกิดการทำงานเพื่อพาไปสู่การจดจำ กระบวนการประมวลข้อมูลของสมองใหม่

 

นอกจากนี้ยังมีวิธีบำบัดอื่นๆ ที่มีสถิติว่าได้ผลดีที่สามารถทำควบคู่ไปได้ เช่น ศิลปะบำบัด ดนตรีบำบัด เป็นต้น

 

ในบางกรณีที่มีความรุนแรงหรือการรักษาที่กล่าวมาข้างต้นไม่สามารถรักษาอาการให้หายได้ แพทย์อาจแนะนำเทคนิคการกระตุ้นสมอง เช่น การรักษาด้วยไฟฟ้าในผู้ป่วยจิตเวช (เรียกว่า ECT หรือการรักษาด้วยการช็อตไฟฟ้า) การกระตุ้นสมองด้วยสนามแม่เหล็กเฉพาะที่

 

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยแต่ละคนมีความแตกต่างกัน ซึ่งวางแผนการรักษาที่ดีสำหรับผู้ป่วยแต่ละรายอาจต้องใช้การทดลองการรักษาเพื่อหาทางเลือกทีดีสุดที่เหมาะสมกับแต่ละคน นอกจากนี้ยาต้านโรคซึมเศร้าอาจต้องใช้เวลาระยะหนึ่งในการออกฤทธิ์อย่างเต็มประสิทธิภาพ ผู้ป่วยสามารถขอคำปรึกษาและวิธีการรักษาได้จากจิตแพทย์หลายๆท่านก่อนที่จะทำการตัดสินใจรักษาได้

 

การรักษาต้องใช้ความอดทนและผู้ป่วยควรสื่อสารกับจิตแพทย์และนักบำบัดอย่างตรงไปตรงมา จึงจะสามารถหาสาเหตุที่ถูกต้อง และช่วยวางแผนการรักษาที่เหมาะสมได้

WHAT CAN THE PEOPLE AROUND PATIENTS DO?

อยู่เคียงข้าง...

สำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงฆ่าตัวตาย ไม่ควรปล่อยให้เขาอยู่คนเดียว หรือผู้ป่วยบางคนอาจแสดงความต้องการความช่วยเหลือ เช่นโทรมาหา สิ่งที่ทำได้คือการอยู่เคียงข้าง... โดยที่หลายครั้งอาจไม่ต้องพูดอะไรเลยก็ได้

 

 

หยุด...

ในเวลาที่ผู้ป่วยกำลังตกหลุม สิ่งที่ทำได้คือการหยุด.. หยุดเล่าเรื่องขบขัน หยุดเรื่องตัวเอง และหยุดแก้ปัญหา ให้จังหวะเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่สำคัญของผู้ป่วย ยกให้เรื่องราวของผู้ป่วยเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ในแบบที่ผู้ป่วยต้องการให้เป็น

 

 

ไม่เร่งรัด...

ปล่อยให้ผู้ป่วยได้ขยับในจังหวะที่เขาต้องการ ได้เป็นอย่างที่เขาคิดว่าควรเป็น ได้จัดการปัญาด้วยวิธีของตัวเอง เพื่อให้เขาได้รู้สึกว่า... ได้มีความสามารถในการควบคุม (control) ชีวิตของตัวเอง

 

 

รับฟัง...

ไม่ตัดสิน ไม่แย้ง เออออ พยายามเข้าใจแม้จะไม่เข้าใจ และแม้สิ่งที่ผู้ป่วยพูดจะฟังดูไม่มีเหตุผลหรือขัดแย้งกับความเชื่อของตนก็ตาม

 

 

อดทน...

เป็นสิ่งที่ยากและใช้พลังงานที่สุด เหนื่อยที่สุด แต่สิ่งที่ผู้ป่วยที่กำลังอยู่ในภาวะที่อ่อนไหวมากต้องการคือความเสถียรทางอารมณ์ ความนิ่งของคนข้างๆ จะช่วยให้ผู้ป่วยสงบได้ง่ายขึ้นและจัดการปัญหาได้ดีขึ้น

 

 

อย่าตามใจมากเกินไป...

ในเวลาปกติที่ผู้ป่วยมีตรรกกะปกติ สามารถสื่อสารกับผู้ป่วยได้ ถามได้ว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขา เขาต้องการให้เราทำอะไร และมีอะไรบ้างที่เราขอไว้ให้เป็นขีดจำกัดของเรา

สังคมยังเข้าใจว่าการเป็นโรคซึมเศร้านั้นเท่ากับอ่อนแอ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ใครๆ ก็มีสิทธิ์เป็นโรคซึมเศร้าได้

 

~  นางอัจฉรา บุคนาค ~

นักจิตบำบัดประจำโรงพยาบาลมนารมย์

BIBLIOGRAPHY

ศ.นพ.มาโนช หล่อตระกูล. โรคซึมเศร้าโดยละเอียด. สืบค้นเมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2018. จิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี : https://med.mahidol.ac.th/ramamental/generalknowledge/general/09042014-1017

 

นพ. ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์. 8 Dec 2017. รู้จักโรคซึมเศร้า สาเหตุ อาการและการรักษา โดยหมอประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์. สืบค้นเมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2561.  Amarinbooks: http://www.amarinbooks.com/รู้จัก-โรคซึมเศร้า-สาเหตุ-วิธีการสังเกตตัวเอง-และการรักษา-โดยหมอประเสริฐ-ผลิตผลการพิมพ์/

Bangkok Hospital. 2017. โรคซึมเศร้า. สืบค้นเมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2018.  Bangkok Hospital : https://www.bangkokhospital.com/index.php/th/diseases-treatment/depression-1

Bangkok Hospital. July 24 2017. 9 สัญญาณเตือนบ่งบอก โรคซึมเศร้า. สืบค้นเมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2018.  Bangkok Hospital : https://www.bangkokhospital.com/index.php/th/diseases-treatment/major-depressive-disorder

HonestDocs. รู้จักกับ โรคซึมเศร้า โรคทางจิตเวชที่พบได้บ่อยมากที่สุด. สืบค้นเมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2018.  Honest Docs : https://www.honestdocs.co/most-common-psychiatric-disorders

Pobpad. ความหมาย โรคซึมเศร้า. สืบค้นเมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2018. พบแพทย์ : https://www.pobpad.com/โรคซึมเศร้า

 

ThaiMD. โรคซึมเศร้า (Depression). สืบค้นเมื่อวันที่ 27 มี.ค. 2018. ThaiMD :  http://www.thaimd.com/health-a-z/depression-โรคซึมเศร้า/

ThaiPBS. 25 Dec 2017. สธ.เตือนภัยเงียบ "โรคซึมเศร้า" แนะครอบครัวสังเกต 9 อาการ. สืบค้นเมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2018. ThaiPBS : https://news.thaipbs.or.th/content/268828

0